ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์



World Music on Guitar

About being a musician

จุดอ่อนหรือปัญหาหลักสำหรับนักกีตาร์คลาสสิคหลายคนคือการพยายามเล่นตามแบบนักกีตาร์ที่มีชื่อเสียงแทนที่จะหาแนวทางการเล่นที่เป็นสไตล์ของตนเอง
ถึงแม้ว่าดนตรีคลาสสิคจะมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดไม่เหมือนดนตรีแจ๊สแต่ภายใต้กรอบข้อบังคับเหล่านั้นก็ยังมี พื้นที่เพียงพอที่ผู้เล่นสามารถค้นหาแนวทางของตนเอง กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีที่มีความเป็นสากลที่สามารถ ข้ามพรมแดนวัฒนธรรมดนตรีของผู้คนในทุกสังคมจึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราควรแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของเราผ่านเครื่องดนตรียอดนิยมชนิดนี้
การพัฒนาสไตล์การเล่น การสื่อสาร และการตีความดนดรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับ นักดนตรีทุกคน เราจึงควรพยายามค้นหาแนวทางการเล่นดนตรีตลอดจนศักยภาพของตนเอง หากเราไม่ สามารถสื่อสารผ่านการเล่นดนตรีของเราได้การเล่นดนตรีของเราย่อมไร้ค่า
เราควรมุ่งพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีวัฒนธรรม ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความหมาย รู้จักคิดวิเคราะห์มากกว่า ที่จะลอกเลียน รู้จักการสื่อสารแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนาทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ ในสังคมต่อไป
วัฒนธรรมนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเป็นสี่งที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเรา แต่เราก็ควรตระหนักรู้ว่า การยึดติดอยู่กับวัฒนธรรมนั้นย่อมเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมเช่นกัน
ในฐานะนักดนตรีพวกเราควรฝึกฟังและศึกษาวิธีการเล่นของนักดนตรีคนอื่น ควบคู่ไปกับการฝึกฝน แต่ที่สุดแล้วเราต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์พัฒนาสไตล์การเล่นของตัวเราเอง การลอกเลียนความคิด ทั้งหลายทั้งปวงจากผู้อื่นไม่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ทางด้านดนตรีแต่อย่างใด
การเล่นดนตรีต้องแสดงความเป็นตัวของเราเองและในขณะเดียวกันก็แสดงความสัมพันธ์ของ ความรู้สึกภายในกับดนตรีที่เล่นด้วยมิฉนั้นแล้วจะไม่มีใครสนใจฟังการเล่นดนตรีของเรา
ลำดับแรกจึงนับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมีความรู้เรื่องเพลงที่เราเล่นซึ่งเราต้องศึกษาทั้งทฤษฎีดนตรี และประวัติศาสตร์ดนตรี นอกจากนี้เราต้องรู้จักฝึกฟังดนตรีหลาย ประเภท ทั้งดนตรีที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรี ประเภทอื่น และดนตรีจากวัฒนธรรมอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากบทเพลงกีตาร์คลาสสิคซึ่งมีจำนวนไม่มากนักเมื่อ เทียบกับบทเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีประเภทอื่นเช่น เปียโน
ในฐานะนักกีตาร์ (และนักเปียโน ) เรามักจะมองดนตรีในลักษณะแนวตั้ง (การดำเนินคอร์ดจากคอร์ดหนึ่ง ไปยังอีกคอร์ดหนึ่ง) ในขณะที่นักร้อง นักเล่นเครื่องเป่าลมไม้หรือนักไวโอลินจะคิดถึงดนตรีในลักษณะที่ เป็นระนาบ (แนวทำนองและแนวประสาน ) มากกว่า
การมองดนตรีทั้งสองวิธีดังกล่าวต่างมีความสำคัญ เราจึงต้องเรียนรู้ความแตกต่างของทั้งสองมุมมอง และรู้จักคิดในแบบผสมผสานเพื่อพัฒนาตนไปสู่การเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เราต้องเล่นดนตรีอย่างซื่อสัตย์กับตัวเอง สร้างสรรค์เสียงดนตรีให้ออกมา จากใจของเรา การเล่นดนตรีคือการพูดสื่อสาร การเล่นดนตรีที่ปราศจากความเป็นตนเองจะทำให้ผู้ชมรู้สึกและ สัมผัสได้ซึ่งก็จะไม่ต่างอะไรไปจากการพูดโกหกที่คนฟังจับผิดได้
การเล่นดนตรีเป็นสื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของเราและนั่นคือความมหัศจรรย์ของดนตรี!


December 2016
August 2016
ลิขสิทธิ์ © 2014-2017 บริษัท เอเซียมิวสิค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด - #‎เอเอ็มไอออนไลน์ ติดต่อ